Magazine · คู่มือการอบรม

อะไรกำหนดรายได้ของช่าง PMU — รวมถึงเหตุผลที่ไม่มีใครรับประกันได้

ผู้เขียนCYANเขียนและตรวจทานโดยผู้อำนวยการซึ่งเป็นนักจิตวิทยาคลินิก (คุณวุฒิระดับชาติของเกาหลี)

“ลองค้นดูว่าช่าง PMU ได้เท่าไรจริงๆ แต่ละที่พูดไม่เหมือนกันเลย ไม่รู้จะเชื่ออันไหน”

“ทำงานประจำอยู่แล้วเริ่มเป็นงานเสริมได้ไหม หรือต้องทำเต็มตัวเท่านั้น”

“จริงๆ ที่กังวลที่สุดคืออีกไม่กี่ปีงานนี้จะยังอยู่ไหม”

สวัสดีค่ะ ดิฉัน CYAN ช่างหลักและผู้สอนที่ CYAN PMU ย่านฮงแด กรุงโซล

เรื่องรายได้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยพูด แต่ดิฉันกลับคิดว่าต้องพูด เพราะที่ไหนสัญญาตัวเลข ที่นั่นยิ่งอันตราย ในบทความนี้ดิฉันจึงไม่พูดถึงจำนวนเงิน แต่จะบอกให้ชัดว่าอะไรสร้างรายได้และทำไมไม่มีใครรับประกันสิ่งนั้นได้ รู้โครงสร้างนี้แล้ว ฟังเรื่องรายได้ของคนอื่นก็จะไม่หวั่นไหว

รายได้จาก PMU ถูกกำหนดด้วยอะไร?

รายได้ PMU เกิดจากสามอย่างคูณกัน คือราคาต่อครั้ง × รอบ × การกลับมาซ้ำ ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่งเข้าใกล้ศูนย์ ตัวที่เหลือใหญ่แค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

ราคาต่อครั้งคือราคาของงานหนึ่งครั้ง รอบคือจำนวนคนที่ดูได้ในเวลาที่กำหนดไว้ และการกลับมาซ้ำคือลูกค้าคนเดิมมีเหตุผลจะกลับมาอีกหรือไม่ หัวใจอยู่ที่มันเป็นการคูณกัน

ราคาต่อครั้ง ― สร้างจากฝีมือและพอร์ตโฟลิโอ การจองที่ได้มาจากการลดราคาจะมัดราคาครั้งถัดไปไว้

รอบ ― งานใช้เวลาสองสามชั่วโมง จำนวนคนที่ดูได้ต่อวันจึงถูกกำหนดไว้ทางกายภาพ

การกลับมาซ้ำ ― การเติมสีและบริเวณอื่นๆ อยู่ตรงนี้

เพราะเป็นการคูณ กลยุทธ์ที่ดันแค่ตัวเดียวจึงไปได้ไม่ไกล

ทำไมไม่มีใครรับประกันรายได้ได้?

เพราะในสามตัวนั้น สองตัวอยู่ในมือคุณ ส่วนอีกตัวอยู่ที่ตลาด

ราคาต่อครั้งและการกลับมาซ้ำสร้างจากฝีมือและการดูแลลูกค้า สิ่งนี้เรียนและสะสมแล้วขึ้นได้ แต่รอบต้องมีการจองก่อนจึงเกิด และการจองขึ้นกับการค้นหา การบอกต่อ และสภาพการแข่งขันในย่านนั้น แปลว่าฝีมือเท่ากันก็ยังต่างกันได้ตามทำเลและช่วงเวลา

ดังนั้นถ้ามีที่ไหนบอกว่า “กี่เดือนได้เท่านี้” คุณต้องถามที่มาของตัวเลขนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคนที่ไปได้ดีที่สุดคนเดียว หรือเรื่องของคนที่มีคิวจองเต็มอยู่แล้ว

คนที่พูดถึงค่าเฉลี่ยมีน้อย คนที่พูดถึงจุดสูงสุดมีเยอะ

พอคำว่ารับประกันโผล่ขึ้นมา ต้องตรวจสอบที่มาทันที

ขยายบริเวณแล้วรายได้เพิ่มจริงไหม?

สิ่งที่เพิ่มส่วนใหญ่ไม่ใช่ตัวรายได้ แต่คือช่องว่างในตารางจองที่ถูกเติม

ถ้าทำแค่คิ้ว รอบการกลับมาซ้ำจะยาว ระหว่างที่รอถึงการเติมสี ตารางจองจะว่าง พอมีปากหรือไรผมเข้ามาเสริม ลูกค้าคนเดิมก็กลับมาด้วยเหตุผลอื่น และแรงกดดันที่ต้องหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลาก็ลดลง

คอร์สเปิดร้านจึงจัดครบทุกวิชาทั้งคิ้ว·ปาก·ไรผมด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่ใช่ว่ามีหลายบริเวณแล้วดี แต่เพราะบริเวณเป็นตัวสร้างรอบ วิชาแบ่งกันอย่างไร สรุปไว้ที่คู่มือค่าเรียน PMU

การขยายบริเวณเป็นเรื่องความหนาแน่นของการจอง ไม่ใช่เรื่องยอดขาย

เริ่มเป็นงานเสริมได้ไหม?

ได้ค่ะ เพียงแต่ต้องกำหนดก่อนว่าจะเจียดเวลาฝึกมาจากไหน

จุดที่คนเริ่มเป็นงานเสริมติดขัดไม่ใช่การจอง แต่คือมือ ถ้าลงมือเฉพาะวันหยุด สัมผัสจะไม่ต่อเนื่องและคุณจะทำผิดซ้ำเรื่องเดิม กลับกัน คนที่จับแผ่นหนังเทียมสม่ำเสมอในเย็นวันธรรมดาจะไปได้เร็ว

มันยากอยู่จริง เพียงแต่ถ้าล็อกเวลาฝึกไว้เป็นประจำได้ นี่ก็เป็นวิธีเริ่มที่ทำได้เต็มที่

ถ้าตารางไม่แน่นอน จบทฤษฎีไว้ด้วยคอร์สออนไลน์ก่อนแล้วค่อยจัดตารางออฟไลน์เป็นก้อนจะดีกว่า คอร์สออนไลน์ ดูได้ตลอดชีพ จึงเหมาะกับการซอยเวลาใช้

สำคัญกว่าว่าเป็นงานเสริมหรืองานหลัก คือการฝึกขาดตอนหรือไม่

ฝีมือขึ้นแล้วรายได้ขึ้นเองไหม?

ไม่ค่ะ ฝีมือแค่ยกเพดานของราคาต่อครั้งขึ้น สิ่งที่ทำให้คุณได้ราคานั้นจริงคือผลลัพธ์ที่เอามาให้ดูได้

ฝีมือเท่ากัน แต่ถ้าไม่มีรูปหลังฟื้นตัว ลูกค้าก็ไม่มีหลักให้ตัดสิน สุดท้ายจะกลายเป็นการเทียบด้วยราคา และราคาต่อครั้งจะถูกกดโดยไม่เกี่ยวกับฝีมือ

✔ เก็บรูปหนึ่งเดือนหลังฟื้นตัว ไม่ใช่รูปทันทีหลังทำ

✔ ต้องถ่ายมุมเดียวกันแสงเดียวกันจึงเทียบได้

✔ เก็บแต่เคสที่สวยจะไม่เกิดความเชื่อถือ เคสยากอย่างการกลบกลับมีพลังโน้มน้าวมากกว่า

ฝีมือสร้างเพดาน พอร์ตโฟลิโอทำให้เพดานนั้นเป็นจริง

การกลับมาซ้ำสร้างจากอะไร?

จากผลลัพธ์และการดูแลหลังทำ ตามลำดับแล้วการดูแลหลังทำคือสิ่งที่ลูกค้ารู้สึกได้ก่อน

การดูแลหลังทำคือการตอบคำถามและตรวจดูความคืบหน้าของลูกค้าในช่วงฟื้นตัวหลังงานจบ งานใช้เวลาสองสามชั่วโมง แต่การฟื้นตัวเกิดขึ้นตลอดหลายสัปดาห์ ระหว่างนั้นลูกค้าจะกังวล และการติดต่อได้หรือไม่ในช่วงนั้นคือสิ่งที่ตัดสินการจองครั้งถัดไป ถ้าผลลัพธ์พอกัน การกลับมาซ้ำมักแยกกันตรงจุดนี้

ดิฉันจึงเห็นว่าการสอนต้องรวมการให้คำปรึกษาและการรับมือข้อร้องเรียนไว้ด้วย ถ้าเรียนแต่ทักษะมือ ส่วนนี้จะหายไปทั้งก้อน

จริงๆ แล้วคนที่มีลูกค้ากลับมาซ้ำดีๆ ไม่ได้ทำงานต่างจากคนอื่นเป็นพิเศษ แต่เขาติดต่อไปก่อนในวันที่สามและสัปดาห์ที่สองของการฟื้นตัว ในมุมของลูกค้า การติดต่อสองครั้งนั้นเหลือไว้เป็นสัญญาณว่า “คนนี้ดูจนจบ”

การกลับมาซ้ำถูกตัดสินในช่วงฟื้นตัว ไม่ใช่บนเตียงทำงาน

แนวโน้มของอาชีพนี้เป็นอย่างไร?

ไม่ใช่อาชีพที่ความต้องการจะหายไป แต่ช่องว่างระหว่างคนที่ทำได้ดีกับคนที่ไม่ จะถ่างออกเรื่อยๆ

ข้อมูลเปิดกว้าง ลูกค้าจึงมาพร้อมความรู้มากกว่าเมื่อก่อนมาก เขาขอดูรูปหลังฟื้นตัว และถามด้วยว่าสีจางออกอย่างไร ในกระแสแบบนี้ คนที่เข้าใจหลักการได้เปรียบ กลับกัน คนที่เรียนเทคนิคเดียวแบบสั้นๆ จะติดตรงคำอธิบาย

ในเกาหลี ใบอนุญาตผู้ให้บริการระดับรัฐยังไม่มีผลบังคับใช้ ระบบจึงยังอยู่ระหว่างเปลี่ยนแปลง ในสภาพเช่นนี้ ฝั่งที่ปลอดภัยคือการสะสมผลงานจริงมากกว่ากระดาษ

แนวโน้มกำลังแคบลงเหลือเป็นเรื่องของการเตรียมตัว ไม่ใช่เรื่องของตัวอาชีพ

ก่อนจากกัน

รายได้คือการคูณกันของราคาต่อครั้ง × รอบ × การกลับมาซ้ำ

รอบขึ้นกับตลาด จึงไม่มีใครรับประกันรายได้ได้

การขยายบริเวณสร้างความหนาแน่นของการจอง ไม่ใช่ยอดขาย

สำคัญกว่าเป็นงานเสริมหรือไม่ คือการฝึกขาดตอนหรือเปล่า

ฝีมือคือเพดานของราคา พอร์ตหลังฟื้นตัวคือการทำเพดานนั้นให้เป็นจริง

การกลับมาซ้ำแยกกันที่การดูแลช่วงฟื้นตัว ไม่ใช่บนเตียงทำงาน

แทนที่จะสัญญาตัวเลข ดิฉันเล่าโครงสร้างให้ฟัง CYAN ทำทั้งงานบริการและการสอนอยู่ที่ฮงแด เขตมาโพ กรุงโซล บอกมาว่าตอนนี้คุณอยู่ขั้นไหน แล้วเราจะช่วยชี้ที่ปรึกษา·สอบถามว่าควรเติมอะไรก่อน

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ

นี่คือ CYAN ช่างหลักของ CYAN PMU

CYAN เป็นสตูดิโอเมคอัพกึ่งถาวร (PMU) และพื้นที่สอน ไม่ใช่สถานพยาบาล ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันตามผิวและการดูแลของแต่ละคน อาจเกิดการแพ้สี การติดเชื้อ หรืออาการบวมแดงชั่วคราวได้ รายละเอียดเรื่องบริการและการเรียนจะแจ้งในการปรึกษาล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

ช่าง PMU รายได้เท่าไร?

ดิฉันบอกจำนวนเงินไม่ได้ และไม่มีที่ไหนรับประกันได้เช่นกัน เพราะรายได้ PMU เกิดจากราคาต่อครั้ง รอบ และการกลับมาซ้ำคูณกัน ซึ่งในนั้นรอบขึ้นกับการจอง และการจองขึ้นกับการค้นหา การบอกต่อ และสภาพการแข่งขันในย่านนั้น ฝีมือเท่ากันก็ยังต่างกันตามทำเลและช่วงเวลา ถ้ามีที่ไหนบอกว่ากี่เดือนได้เท่าไร ให้ตรวจสอบที่มาของตัวเลขนั้น

ทำงานประจำอยู่ เริ่มเป็นงานเสริมได้ไหม?

ได้ค่ะ เกณฑ์ตัดสินไม่ใช่รูปแบบการทำงาน แต่คือหนึ่งสัปดาห์คุณได้ลงมือกี่ครั้ง PMU เป็นงานที่ความลึกของเข็มและแรงกดต้องค้างอยู่ที่ปลายนิ้ว ถ้าเว้นห่างเกินไปคุณจะเสียเวลาไปกับการตามหาสัมผัสของครั้งก่อน ดังนั้นฝึกสั้นๆ สัปดาห์ละสามครั้งจึงไปได้เร็วกว่าฝึกยาวสัปดาห์ละครั้ง ถ้าตารางงานไม่แน่นอน การจบทฤษฎีทางออนไลน์แล้วจัดเฉพาะตารางออฟไลน์เป็นก้อนคือวิธีที่ทำได้จริง

เรียนหลายบริเวณแล้วรายได้เพิ่มไหม?

สิ่งที่เพิ่มคือความหนาแน่นของตารางจองมากกว่าตัวรายได้ ถ้าทำแค่คิ้ว ระยะจนถึงการเติมสีจะยาวและตารางจองว่าง พอมีปากหรือไรผมเข้ามา ลูกค้าคนเดิมก็กลับมาด้วยเหตุผลอื่น และแรงกดดันที่ต้องหาลูกค้าใหม่ตลอดเวลาก็ลดลง คอร์สเปิดร้านที่จัดครบทุกวิชาก็ไม่ใช่เพราะบริเวณเยอะแล้วดี แต่เพราะบริเวณเป็นตัวสร้างรอบ

ฝีมือขึ้นแล้วขึ้นราคาได้ไหม?

ฝีมือยกเพดานของราคาขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ได้ราคานั้นจริงคือผลลัพธ์ที่เอามาให้ดูได้ ถ้าไม่มีรูปหลังฟื้นตัวจบแล้ว ลูกค้าไม่มีหลักให้ตัดสิน สุดท้ายจะเทียบกันด้วยราคา และราคาต่อครั้งจะถูกกดโดยไม่เกี่ยวกับฝีมือ ขอแนะนำให้เก็บรูปหนึ่งเดือนถัดมาแทนรูปทันทีหลังทำ โดยใช้มุมและแสงเดียวกัน

แนวโน้มของช่าง PMU เป็นอย่างไร?

ความต้องการจะไม่หายไป แต่ดิฉันมองว่าช่องว่างระหว่างคนที่ทำได้ดีกับคนที่ไม่จะถ่างออกเรื่อยๆ ข้อมูลเปิดกว้าง ลูกค้าจึงขอดูรูปหลังฟื้นตัวและถามว่าสีจางออกอย่างไร ในกระแสนี้คนที่เข้าใจหลักการได้เปรียบ ส่วนคนที่เรียนเทคนิคเดียวแบบสั้นๆ จะติดตรงคำอธิบาย ในเกาหลีใบอนุญาตระดับรัฐยังไม่มีผลบังคับใช้ ระบบจึงยังอยู่ระหว่างเปลี่ยนแปลง

ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล อาจเกิดอาการแพ้เม็ดสี การติดเชื้อ หรือรอยบวมแดงชั่วคราวได้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบในการปรึกษาก่อนเข้ารับบริการ

อ่านต่อ