Magazine · คู่มือการอบรม

เปิดร้าน PMU — ลำดับสิ่งที่ต้องมีก่อนหน้าร้าน

ผู้เขียนCYANเขียนและตรวจทานโดยผู้อำนวยการซึ่งเป็นนักจิตวิทยาคลินิก (คุณวุฒิระดับชาติของเกาหลี)

“อยากเปิดร้าน PMU แต่ไม่รู้ว่าเรียนฝีมือให้จบก่อน หรือหาหน้าร้านก่อนดี”

“จะเริ่มแบบร้านคนเดียว ทำเลสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ ต้องเป็นย่านอย่างฮงแดเท่านั้นไหม”

“คอร์สเปิดร้านสุดท้ายก็คือคอร์สเทคนิคไม่ใช่หรือ ไม่รู้ว่าต่างกันตรงไหน”

สวัสดีค่ะ ดิฉัน CYAN ช่างหลักและผู้สอนที่ CYAN PMU ย่านฮงแด กรุงโซล

ดิฉันเปิดพื้นที่ทำงานและพื้นที่สอนไว้ด้วยกันที่ฮงแด (เขตมาโพ) กรุงโซล และได้เห็นคนที่เตรียมตัวไปจนถึงการเปิดร้านมาตลอด แล้วก็รู้อยู่อย่างหนึ่ง จุดที่พลาดกันมากที่สุดในการเปิดร้าน PMU ไม่ใช่ฝีมือ แต่คือลำดับ ดิฉันเห็นเคสที่หาหน้าร้านก่อนแล้วค่อยเติมฝีมือจนถูกค่าเช่าไล่หลังมาเยอะจริงๆ วันนี้จะเรียบเรียงให้ตามลำดับ

เปิดร้าน PMU ต้องเริ่มจากอะไร?

ลำดับคือ มือ → พอร์ตโฟลิโอ → พื้นที่ ถ้าไล่กลับทางส่วนใหญ่จะพัง

การเปิดร้าน PMU คือการสร้างสถานะที่คุณหมุนทั้งการให้คำปรึกษา การกลับมาซ้ำ และการเงิน ได้ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากทักษะการลงมือ และในนั้น พื้นที่คือเปลือกที่มาติดเป็นอย่างสุดท้าย ถ้าเปิดร้านทั้งที่มือยังไม่สุก คุณต้องฝึกไปพร้อมกับที่ค่าเช่าไหลออก และผลงานของช่วงเวลานั้นเองที่กลายเป็นรีวิวชุดแรก

มือ ― ฝึกมุม·แรงกด·ความเร็วบนแผ่นหนังเทียม แล้วขึ้นผิวคนจริงด้วยการฝึกกับนางแบบ

พอร์ตโฟลิโอ ― เก็บรูปหลังฟื้นตัวจบแล้ว

พื้นที่ ― ถึงตอนนั้นจึงค่อยดูทำเล

หน้าร้านไม่ได้สร้างฝีมือให้คุณ ฝีมือต่างหากที่พยุงหน้าร้านไว้

ถ้ารักษาลำดับไว้ ปีแรกจะน่ากลัวน้อยลงมาก

ทำไมพอร์ตโฟลิโอต้องมาก่อนหน้าร้าน?

เพราะสิ่งที่ลูกค้าดูไม่ใช่การตกแต่ง แต่คือผลลัพธ์หลังฟื้นตัวจบ

รูปทันทีหลังทำออกมาสวยได้ทุกคน ฝีมือของคนคนนั้นจะเผยออกมาก็ต่อเมื่อผ่านไปหนึ่งเดือน หลังจากอาการบวมและสีเข้มสงบลงหมดแล้ว สิ่งที่ตัดสินใจในห้องปรึกษาส่วนใหญ่จึงเป็นรูปเหล่านั้น

ปัญหาคือมันใช้เวลา ต่อให้ลงมือวันนี้ ก็ต้องรออีกหนึ่งเดือนถึงจะสะสมได้หนึ่งใบ ถ้าเปิดร้านก่อน คุณต้องซื้อเวลานี้ด้วยค่าเช่า และพอใจร้อนขึ้นมา สิ่งที่ลดก็จะเป็นราคาแทนที่จะเป็นการเก็บรูป

ก่อนเปิดร้าน รูปหลังฟื้นตัวต้องอยู่ในมือแล้ว

ทำเลร้านคนเดียว ต้องเป็นย่านอย่างฮงแดไหม?

ไม่จำเป็น PMU เป็นธุรกิจที่หมุนด้วยการจอง ไม่ใช่ด้วยคนเดินผ่าน น้ำหนักของทำเลจึงต่างจากค้าปลีกทั่วไป

แทบไม่มีลูกค้าที่เดินผ่านแล้วเข้ามา ส่วนใหญ่ค้นหาและได้รับการแนะนำแล้วจึงจองเข้ามา การจ่ายเงินให้กับ “ทำเลที่คนเดินผ่านเยอะ” จึงมีประสิทธิภาพต่ำในธุรกิจนี้

สิ่งที่ต้องดูจริงๆ คือแบบนี้

เวลาเดินจากสถานีและเส้นทางที่อธิบายได้ ― คนที่มาครั้งแรกต้องไม่หลง

เสียงรบกวนรอบข้างและชั้น ― งานใช้เวลาสองสามชั่วโมง เงียบหน่อยจะดีกว่า

ต้นทุนคงที่ที่รับไหวคนเดียว ― ร้านคนเดียวมีรอบจำกัด เพดานค่าเช่าจึงเท่ากับเส้นความอยู่รอด

ที่เราอยู่ฮงแดก็เพราะรถไฟใต้ดินเปิดหลายสาย ไม่ใช่เพราะคนเดินผ่านเยอะ แต่ละย่านต้องดูอะไรบ้าง เขียนแยกไว้ที่เช็กลิสต์สักคิ้วย่านฮงแด

ลูกค้าขยับตามผลลัพธ์ ไม่ใช่ตามระยะทาง

คอร์สเปิดร้านต่างจากคอร์สเทคนิคอย่างไร?

ถ้าคอร์สเทคนิคทำให้คุณเก่งบริเวณหนึ่ง คอร์สเปิดร้านคือคอร์สที่ทำให้คุณหมุนหนึ่งรอบได้ด้วยตัวคนเดียว

คอร์สเปิดร้านของ CYAN เป็นคอร์ส 3 เดือน ครบทุกวิชาทั้งคิ้ว·ปาก·ไรผม รวมฝึกกับนางแบบ 10~12 คน เหตุผลที่วางหลายบริเวณไม่ใช่ความโลภ แต่คือเรื่องรอบ ถ้ามีแค่คิ้ว รอบการกลับมาซ้ำจะยาวจนตารางจองว่าง พอบริเวณเพิ่ม ลูกค้าคนเดิมก็มีเหตุผลจะกลับมาอีก

ครบทุกวิชา ― คิ้ว (พาวเดอร์มือ·พาวเดอร์เครื่อง) ปาก พาวเดอร์ไรผม

ฝึกกับนางแบบ 10~12 คน ― เป็นจำนวนครั้งที่ลงมือเอง ไม่ใช่การนั่งดู

จนถึงการเปิดร้าน ― ไม่ใช่จบแค่เทคนิคแล้วแยกย้าย

ค่าใช้จ่ายต่างกันตรงไหน สรุปไว้ที่คู่มือค่าเรียน PMU

คอร์สเปิดร้านคือการออกแบบให้ขยายบริเวณเพื่อเติมตารางจอง

นอกเหนือจากฝีมือ ต้องเตรียมอะไรล่วงหน้า?

สี่อย่าง คือการจดทะเบียนธุรกิจ·หลักสุขอนามัย·เอกสารยินยอม·เส้นแบ่งกับงานการแพทย์ สิ่งที่รั้งขาไว้ไม่ใช่ฝีมือแต่คือฝั่งนี้

จดทะเบียนธุรกิจและภาษี ― ศึกษาการจดทะเบียนผู้ประกอบการรายบุคคล ใบเสร็จ และรอบยื่นภาษีไว้ล่วงหน้า

หลักการจัดการสุขอนามัย ― การใช้ของแบบใช้ครั้งเดียว การป้องกันการปนเปื้อนข้าม และขั้นตอนทิ้ง ถ้ากำหนดเป็นเอกสารไว้จะไม่โอนเอน

เอกสารยินยอมและการแจ้งล่วงหน้า ― ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนลงมือ ถึงความเป็นไปได้อย่างการแพ้สี การติดเชื้อ อาการบวมชั่วคราว และการดูแลหลังทำ

เส้นแบ่งกับขอบเขตการแพทย์ ― การลบเม็ดสีด้วยเลเซอร์หรือการปลูกผมเป็นหน้าที่ของสถานพยาบาล

ข้อสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษ เวลาลูกค้าถาม คุณต้องตอบได้ทันทีว่า “อันนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราทำ ต้องไปดูที่แบบนี้” ความเชื่อถือจึงเกิด

การแยกได้ว่าอะไรทำเองได้กับอะไรต้องส่งต่อ นั่นแหละคือความเป็นมืออาชีพ

ใบรับรองจำเป็นต่อการเปิดร้านไหม?

ในเกาหลี ใบอนุญาตผู้ให้บริการระดับรัฐยังไม่มีผลบังคับใช้ ใบรับรองที่ออกกันอยู่ตอนนี้จึงส่วนใหญ่ออกโดยเอกชน

ถ้าเห็นข้อความที่ฟังดูเหมือน “ได้รับการรับรองจากรัฐ” ต้องตรวจสอบผู้ออกให้แน่ชัด ไม่ได้แปลว่าใบรับรองไร้ความหมาย เพียงแต่กระดาษแผ่นนั้นไม่ได้พาลูกค้ามาให้ ไม่ว่าจะสมัครงานหรือเปิดร้าน สิ่งที่เขาดูจริงๆ คือพอร์ตหลังฟื้นตัว สถานะปัจจุบันของกฎหมายและคุณวุฒิ เขียนละเอียดกว่าไว้ที่เกณฑ์เลือกโรงเรียน PMU

สถานะความพร้อมจริงคือเส้นความปลอดภัยของการเปิดร้าน มากกว่ากระดาษ

เงินทุนตั้งต้นหมดไปกับอะไร?

เงินมัดจำ·ค่าเช่า·การตกแต่ง·เตียงและไฟ·เครื่องและเข็ม·สี·ของสิ้นเปลือง และค่าครองชีพจนกว่าลูกค้าจะเข้า

ดิฉันตัดสินใจแทนเรื่องจำนวนเงินให้ไม่ได้ แต่บอกได้ว่าเคสที่พังมากที่สุดคือการคำนวณโดยตัดข้อสุดท้ายออก กว่าตารางจองจะเต็มต้องใช้เวลา ถ้าไม่มีเงินทนช่วงนั้น คุณจะรีบลดราคา และราคาที่ลดไปแล้วครั้งหนึ่งจะขึ้นกลับยากมาก

เงินทุนตั้งต้นต้องรวมช่วงที่ไม่มีรายได้เข้าไปด้วยเสมอ

ต้องเปิดหน้าร้านตั้งแต่แรกไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป รูปแบบการเริ่มต้นแบ่งได้

ร้านคนเดียวคือรูปแบบที่ผู้ให้บริการคนเดียวรับผิดชอบตั้งแต่การจอง การลงมือ ไปจนถึงการดูแลหลังทำ ด้วยตัวคนเดียว หลายคนเริ่มจากพื้นที่แชร์หรือขนาดเล็กแล้วย้ายทำเลหลังจากยอดจองนิ่งแล้ว ต้นทุนคงที่ตอนต้นต่ำเท่าไร คุณก็มีที่ว่างจะรักษาราคาไว้ได้มากเท่านั้น

แน่นอนว่าการมีพื้นที่ของตัวเองตั้งแต่แรกได้เปรียบกว่าในการสร้างแบรนด์ มันยากอยู่จริง เพียงแต่ถ้าพอร์ตหลังฟื้นตัวอยู่ในมือแล้ว นี่ก็เป็นทางเลือกที่ทำได้เต็มที่ เกณฑ์ตัดสินมีข้อเดียว คือ “ตอนนี้เติมตารางจองได้ไหม”

สำคัญกว่ารูปแบบคือคุณเติมตารางจองได้หรือยัง

ลูกค้าคนแรกมาจากไหน?

ไม่ได้มาจากโฆษณา แต่มาจากรูป

พอร์ตโฟลิโอคือชุดผลงานหลังฟื้นตัวจบแล้วที่รวบรวมไว้ และสิ่งที่พาลูกค้าคนแรกเข้ามาส่วนใหญ่ก็คือมัน เก็บรูปหนึ่งเดือนหลังฟื้นตัว ไม่ใช่รูปทันทีหลังทำ และถ่ายด้วยมุมและแสงเดียวกัน

✔ ไม่กี่เคสแรกเริ่มจากคนใกล้ตัวได้ แต่การแจ้งล่วงหน้าต้องเหมือนกัน

✔ ต้องได้รูปหนึ่งเดือนหลังฟื้นตัวมาให้ได้

สิ่งที่สร้างการจองครั้งแรกไม่ใช่หน้าร้าน แต่คือรูป

ก่อนจากกัน

ลำดับคือมือ → พอร์ตโฟลิโอ → พื้นที่ ไล่กลับทางจะถูกค่าเช่าไล่

รูปหลังฟื้นตัว 1 เดือนต้องอยู่ในมือก่อนจึงเปิดร้าน

PMU หมุนด้วยการจอง เส้นทางและต้นทุนคงที่จึงสำคัญกว่าคนเดินผ่าน

คอร์สเปิดร้านคือคอร์สที่ขยายบริเวณเพื่อสร้างรอบ (ครบวิชา + นางแบบ 10~12 คน)

ทะเบียนธุรกิจ·สุขอนามัย·เอกสารยินยอม·เส้นแบ่งการแพทย์ เตรียมไว้นอกเหนือจากฝีมือ

เงินทุนตั้งต้นต้องใส่ค่าครองชีพจนกว่าลูกค้าจะเข้าเสมอ

การเปิดร้าน PMU ไม่ใช่งานที่เริ่มหลังเรียนฝีมือจบ แต่เป็นงานที่สะสมไปพร้อมกับตอนเรียน CYAN อยู่ที่ฮงแด เขตมาโพ กรุงโซล ถ้าสงสัยว่าควรเริ่มจากคอร์สไหน บอกช่วงเวลาที่จะเปิดร้านและเป้าหมายมา ถามได้สบายๆ ที่ปรึกษา·สอบถาม แล้วเราจะชี้ให้

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ค่ะ

นี่คือ CYAN ช่างหลักของ CYAN PMU

CYAN เป็นสตูดิโอเมคอัพกึ่งถาวร (PMU) และพื้นที่สอน ไม่ใช่สถานพยาบาล ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันตามผิวและการดูแลของแต่ละคน อาจเกิดการแพ้สี การติดเชื้อ หรืออาการบวมแดงชั่วคราวได้ รายละเอียดเรื่องบริการและการเรียนจะแจ้งในการปรึกษาล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย

เปิดร้าน PMU หาหน้าร้านก่อนได้ไหม?

ไม่แนะนำค่ะ ลำดับของการเปิดร้าน PMU คือมือ พอร์ตโฟลิโอ แล้วจึงพื้นที่ ถ้าเปิดร้านทั้งที่มือยังไม่สุก คุณต้องฝึกไปพร้อมกับที่ค่าเช่าไหลออก และผลงานของช่วงนั้นจะเหลือไว้เป็นรีวิวชุดแรก ปลอดภัยกว่าถ้าดูพื้นที่หลังจากมีรูปหลังฟื้นตัวจบสะสมอยู่ในมือระดับหนึ่งแล้ว

ร้านคนเดียวควรเลือกทำเลแบบไหน?

ต้องดูเส้นทางและต้นทุนคงที่มากกว่าคนเดินผ่าน PMU แทบไม่มีลูกค้าเดินผ่านแล้วเข้ามา ส่วนใหญ่ค้นหาและได้รับการแนะนำแล้วจึงจอง การจ่ายค่าเช่าให้ทำเลที่คนพลุกพล่านจึงมีประสิทธิภาพต่ำ ให้ตรวจสามข้อก่อน คือเวลาเดินจากสถานีอธิบายได้ไหม ระหว่างทำงานสองสามชั่วโมงเงียบพอไหม และเป็นต้นทุนคงที่ที่รับไหวคนเดียวหรือเปล่า

คอร์สเปิดร้านกับคอร์สเทคนิคทั่วไปต่างกันอย่างไร?

คอร์สเทคนิคทำให้เก่งบริเวณหนึ่ง ส่วนคอร์สเปิดร้านทำให้หมุนหนึ่งรอบได้ด้วยตัวคนเดียว คอร์สเปิดร้านของ CYAN เป็นคอร์ส 3 เดือน ครบทุกวิชาทั้งคิ้ว ปาก ไรผม รวมฝึกกับนางแบบ 10~12 คน และดูจนถึงการเปิดร้าน เหตุผลที่วางหลายบริเวณคือถ้ามีแค่คิ้ว รอบการกลับมาซ้ำจะยาวจนตารางจองว่าง

ก่อนเปิดร้าน นอกจากฝีมือต้องเตรียมอะไร?

สี่อย่าง คือการจดทะเบียนธุรกิจกับภาษี หลักการจัดการสุขอนามัย เอกสารยินยอมกับการแจ้งล่วงหน้า และเส้นแบ่งกับขอบเขตการแพทย์ ข้อสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษ การลบเม็ดสีด้วยเลเซอร์หรือการปลูกผมเป็นเรื่องของสถานพยาบาล เวลาลูกค้าถามคุณต้องรู้ว่าควรส่งต่อไปที่ไหน ความเชื่อถือจึงเกิด การแยกได้ว่าอะไรทำเองได้กับอะไรต้องส่งต่อ นั่นแหละคือความเป็นมืออาชีพ

เงินทุนตั้งต้นใช้ไปกับอะไรบ้าง?

เงินมัดจำและค่าเช่า การตกแต่ง เตียงและไฟ เครื่องและเข็ม สี ของสิ้นเปลือง และค่าครองชีพที่ต้องประคองจนกว่าลูกค้าจะเข้า เคสที่พังมากที่สุดคือการคำนวณโดยตัดข้อสุดท้ายออก กว่าตารางจองจะเต็มต้องใช้เวลา และถ้าไม่มีเงินทนช่วงนั้น คุณจะรีบลดราคา ซึ่งราคาที่ลดไปแล้วครั้งหนึ่งจะขึ้นกลับยากมาก

ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล อาจเกิดอาการแพ้เม็ดสี การติดเชื้อ หรือรอยบวมแดงชั่วคราวได้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบในการปรึกษาก่อนเข้ารับบริการ

อ่านต่อ