สักปากสีไหนดี? ตั้งแต่ MLBB ถึง Personal Color หาโทนที่ใช่ของคุณ
"อยากสักปากอยู่ค่ะ แต่ไม่รู้จะเลือกสีไหนดี ได้ยินว่า MLBB ดี แล้วมันคืออะไรกันคะ?"
"ริมฝีปากเราซีดอยู่แล้ว แถมยังมีรอยคล้ำจากเม็ดสีด้วย เลยไม่รู้ว่าจะเข้ากับโครัลหรือชมพูดีกว่ากัน T^T"
มีหลายคนที่ติดอยู่ตรงขั้นตอนการเลือกสีแบบนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะ CYAN (HSIN SIAN) ผู้อำนวยการ CYAN PMU ย่านฮงแด (เขตมาโพ) กรุงโซลค่ะ ^^ ในฐานะอาร์ทิสต์ PMU ที่มาจากสายนักจิตวิทยาคลินิกวุฒิบัตรระดับชาติ เราทำงานสักปากกึ่งถาวรมาอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันสักกึ่งถาวรด้วยค่ะ หากคุณสงสัยเรื่อง ภาพรวมของการทำ อย่างความเจ็บ·การฟื้นตัว·การคงอยู่·ข้อห้ามเรื่องเริมที่ริมฝีปาก เราได้รวบรวมไว้ใน คู่มือสักปากฉบับสมบูรณ์ แล้ว ส่วนบทความวันนี้จะเจาะลึกโดยเน้นที่เรื่องสีเป็นหลัก ว่า สีแบบไหน·ดีไซน์แบบไหนที่เข้ากับริมฝีปากของคุณ ค่ะ ^^
สีสักปาก MLBB คืออะไรกันแน่?
MLBB ย่อมาจาก My Lips But Better เป็นทิศทางของสีที่ไม่ได้ลบสีปากเดิมของคุณทิ้ง แต่ขับ โทนของริมฝีปากตอนที่สุขภาพดีที่สุด ให้ชัดขึ้นอีกขั้นหนึ่งค่ะ
เพราะเป็นแนวคิด "ฟื้นสีที่เคยดีอยู่แล้วให้กลับมา" ไม่ใช่ "เปลี่ยนสี" จึงไม่ดูฝืนแม้บนหน้าสด และให้สีเลือดฝาดเหมือนแตะทินท์บาง ๆ ทิศทางที่ถูกเลือกมากที่สุดในงานสักปากชมพู (Lip Blush) ก็คือกลุ่ม MLBB นี้เองค่ะ
✔ MLBB = ไม่ลบสีปากเดิม แต่ฟื้นให้กลับเป็นโทนที่สุขภาพดี
✔ สีเลือดฝาดเหมือนแตะทินท์ ที่ดูเป็นธรรมชาติแม้บนหน้าสด
สีสักปากที่ดีไม่ใช่ "สีสวย" แต่เป็นสีที่ทำให้รู้สึกว่า ริมฝีปากเราเคยเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
สีที่ดีไม่ใช่สีที่ทาทับใหม่ แต่คือสีที่ดูเหมือนมีอยู่แต่เดิม

ตาม Personal Color (โทนอุ่น/โทนเย็น) แล้วควรเลือกโครัล·ชมพู·โรส อันไหนดี?
จุดเริ่มต้นของการเลือกสีคือ Personal Color โดยโทนอุ่น (เยลโลว์เบส) จะเข้ากับโครัล·พีช ส่วนโทนเย็น (บลูเบส) จะเข้ากับชมพู·โรส·มอฟ
- ปากโทนโครัล: สีอุ่นที่อมส้ม เข้ากับโทนอุ่นอย่างสดใส ทำให้ดูมีเลือดฝาด
- ปากโทนชมพู: ชมพูใสสดใส เข้ากับโทนเย็นและช่วยให้ดูเด็กลง
- ปากโทนโรส: ชมพูที่เติมความสุขุมเข้าไป เข้าได้ทั้งโทนเย็นและนิวทรัล
แต่ Personal Color เป็นเพียง จุดเริ่มต้น ไม่ใช่สูตรตายตัวนะคะ แม้จะเป็นโทนอุ่นเหมือนกัน ถ้าสีพื้นของริมฝีปากคล้ำ โครัลก็อาจขึ้นขุ่น ๆ ได้ เราจึงดูสีพื้นของปากไปด้วยเพื่อปรับโทนให้เหมาะ
✔ โทนอุ่น → โครัล·พีช / โทนเย็น → ชมพู·โรส·มอฟ
✔ Personal Color เป็นจุดเริ่มต้น ปรับโดยดูสีพื้นของริมฝีปากไปด้วย
พาเลตต์ส่วนบุคคลบอกได้แค่ทิศทาง สีสุดท้ายกำหนดโดยสีพื้นของริมฝีปาก
CYAN มีการปรึกษาแบบ วิเคราะห์ใบหน้า ที่ดูโทนผิว·โทนริมฝีปากไปพร้อมกันก่อนทำค่ะ

ริมฝีปากซีดหรือคล้ำจากเม็ดสี จะได้สีที่อยากได้ไหม?
ได้ทั้งคู่ค่ะ แต่แนวทางตรงกันข้ามกันเลย ริมฝีปากซีดคือการเติมสีเลือดฝาดเข้าไป ส่วน ริมฝีปากคล้ำคือการดึงความคล้ำออกก่อน (การปรับด้วยสีตรงข้าม)
การเพิ่มเลือดฝาดให้ริมฝีปากซีด คือสิ่งที่สักปากชมพู (Lip Blush) ทำได้ดีที่สุด ริมฝีปากที่ไม่มีสีเลือดทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แต่ถ้าค่อย ๆ ซ้อนสีอ่อนกลุ่มโครัล·โรสทีละบาง ๆ หลายชั้น แม้หน้าที่ไม่แต่งก็จะลงตัวเป็นสีเลือดฝาดที่ดูสุขภาพดีขึ้นมาก
ในทางกลับกัน ถ้าลงโครัล·ชมพูทับลงบนพื้นที่ คล้ำจากเม็ดสีที่ริมฝีปาก โดยตรง โทนคล้ำด้านล่างจะทะลุขึ้นมาจนดูขุ่นได้ง่าย ความคล้ำนี้เป็นโทนเย็นในกลุ่มคาร์บอน เราจึงต้องผ่านขั้นตอน การปรับด้วยสีตรงข้าม ก่อน — คือใช้สีคู่ตรงข้ามโทนอุ่นกดความคล้ำลงเพื่อสร้างพื้นที่สว่างขึ้น แล้วค่อยเติมสีเลือดฝาดในเซสชันถัดไป ยิ่งริมฝีปากคล้ำมาก จำนวนเซสชันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นได้ค่ะ เราไม่แนะนำให้ลงสีน้ำตาลเข้ม·เบอร์กันดีที่คุณชอบใช้เป็นประจำลงไปตรง ๆ เพราะเม็ดสีเข้มมีความเสี่ยงที่จะกลับมาดูคล้ำอีกเมื่อเวลาผ่านไป การเริ่มจากสีเลือดฝาดสว่าง ๆ ก่อนจึงปลอดภัยกว่า
✔ ริมฝีปากซีด → ซ้อนโครัล·โรสอ่อน ๆ หลายครั้งเพื่อเพิ่มเลือดฝาด
✔ ริมฝีปากคล้ำ (จากเม็ดสี) → ปรับด้วยสีตรงข้ามให้พื้นสว่างก่อนแล้วค่อยลงสี
✔ น้ำตาลเข้ม·เบอร์กันดีเสี่ยงกลับมาคล้ำ — แนะนำให้เริ่มจากสีเลือดฝาดสว่างก่อน
ริมฝีปากซีดกับริมฝีปากคล้ำเป็นงานคนละทิศ ใช้สีเดียวกันผลก็ต่างกัน
จำนวนเซสชันและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสภาพริมฝีปากของแต่ละคน จึงฟันธงล่วงหน้าได้ยาก แนะนำให้ตรวจสอบที่ ข้อมูลราคา และในการปรึกษาค่ะ

โอเวอร์ลิป·ฟูลลิป·เกรเดชัน ดีไซน์ต่างกันอย่างไร?
สิ่งที่กำหนดความประทับใจได้พอ ๆ กับสี ก็คือรูปทรงของริมฝีปากและวิธีลงสี ถ้าแยกสามแบบที่คนมักสับสนออกได้ การเลือกดีไซน์ก็จะง่ายขึ้นค่ะ
- ฟูลลิป: การลงสีให้เต็มริมฝีปากอย่างชัดเจน สีขึ้นเข้มเหมือนทาลิปสติก
- เกรเดชัน (สักปาก): ลงด้านในเข้ม ด้านนอกอ่อน ไล่สีแบบ ค่อย ๆ ซึม เหมือนแตะทินท์จึงดูเป็นธรรมชาติ และเป็นที่นิยมที่สุดในตอนนี้
- โอเวอร์ลิป: ดีไซน์ที่ขยายเส้นขอบออกไปนอกไลน์ริมฝีปากเดิมเล็กน้อยเพื่อเพิ่ม ความอวบอิ่ม เหมาะกับคนที่ริมฝีปากบาง
ถ้าอยากได้ลุค เนเชอรัล เกรเดชันคือคำตอบ แต่ถ้าอยากได้ สีที่ชัดเจน ฟูลลิปจะเหมาะกว่า ส่วนโอเวอร์ลิปต้องปรับจากไลน์เดิม เพียงเล็กน้อยมาก ๆ เท่านั้นถึงจะดูเป็นธรรมชาติค่ะ
✔ ฟูลลิป=สีชัดเจน / เกรเดชัน=เลือดฝาดธรรมชาติ / โอเวอร์ลิป=ปรับความอวบอิ่ม
✔ โอเวอร์ลิปขยายไลน์แค่นิดเดียว — ถ้าขยายมากเกินไปจะดูไม่เป็นธรรมชาติ
เพราะ CYAN มาจากสายนักจิตวิทยาคลินิก เราจึงมักค่อย ๆ คลี่คลายคำถามที่ว่า "อยากให้ตัวเองดูเป็นแบบไหน" ไปพร้อมกับเรื่องสีและไลน์ในการปรึกษา ความเปลี่ยนแปลงของโทนและไลน์จริง ๆ ดูได้ที่ ผลงานที่ทำ ส่วนทิศทางดีไซน์ที่เข้ากับคุณ เราจะช่วยจับให้ด้วยกันที่ ปรึกษา·จองคิว ค่ะ
ขยายเส้นขอบได้แค่ไหน ไม่ได้ขึ้นกับความชอบ แต่ขึ้นกับที่ริมฝีปากเดิมยอมให้

สีเสร็จสมบูรณ์ในกี่ครั้ง?
ครั้งแรกเป็นครึ่งเดียว อีกครึ่งอยู่ที่การเติมสี
การเติมสีคือขั้นที่เก็บส่วนที่ครั้งแรกยังไม่ติดครบเพื่อดันความสมบูรณ์ขึ้น และมักทำหลัง 6~8 สัปดาห์ ริมฝีปากมีน้ำลาย อาหาร และการผลัดเซลล์มาก สีจึงจางค่อนข้างเร็ว ลำดับแบบนี้จึงเสถียรกว่า
✔ รวมแล้วกี่ครั้ง และในนั้นกี่ครั้งรวมอยู่ในราคา
✔ ถ้าสีพื้นเข้ม จำนวนครั้งอาจเพิ่ม
ยิ่งร้านที่บอกว่าจบในครั้งเดียว ยิ่งต้องตรวจซ้ำ
ระหว่างฟื้นตัวสีเปลี่ยนอย่างไร?
ดูเข้มก่อน แล้วจางลงหนึ่งครั้ง จากนั้นกลับขึ้นมาใหม่
ช่วงฟื้นตัวคือช่วงที่สะเก็ดขึ้นแล้วหลุด และสีเข้าที่ โดยรวมราว 4~6 สัปดาห์ การที่ดูจางลงภายในหนึ่งเดือนเป็นกระบวนการเข้าที่ ไม่ใช่ความล้มเหลว ถ้าไม่รู้ช่วงนี้ คุณจะเข้าใจผิดว่าเส้นทางปกติคือความล้มเหลว
✔ อย่าแกะขุย ปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ
✔ ช่วงฟื้นตัวให้เลี่ยงอาหารรสจัดและซาวน่า
ทั้งความเข้มทันทีหลังทำและความจางหลังจากนั้น ล้วนเป็นเส้นทาง ไม่ใช่ผลลัพธ์
ก่อนปรึกษาควรตรวจอะไร?
ให้ดูสีพื้นของริมฝีปากตัวเองก่อน
สีพื้นคือสีที่ริมฝีปากมีอยู่แต่เดิมและทิศทางที่มันเอนไป จะเอนม่วงหรือเอนน้ำตาล ทำให้สีเดียวกันดูต่างกัน ถ่ายในแสงธรรมชาติแล้วเปลี่ยนเป็นขาวดำ จะเห็นทันทีว่าเข้มกว่าผิวรอบข้างหรือเปล่า
✔ รูปริมฝีปากที่ถ่ายในแสงธรรมชาติ
✔ ประวัติแผลพุพองที่ปาก และยาที่กินอยู่
ร้านที่อ่านสีพื้นก่อนเลือกสี คือร้านที่คาดเดาผลลัพธ์ได้
สรุปส่งท้าย
✔ MLBB·โครัล·ชมพู·โรส คือทิศทางการฟื้นสีปากของคุณให้กลับไปเป็นโทนที่สุขภาพดีที่สุด — ใช้ Personal Color เป็นจุดเริ่มต้น และดูสีพื้นของปากไปพร้อมกัน
✔ ริมฝีปากซีดเติมเลือดฝาดบาง ๆ ริมฝีปากคล้ำเริ่มจากการปรับด้วยสีตรงข้าม —ส่วนดีไซน์เลือกจากฟูลลิป·เกรเดชัน·โอเวอร์ลิปตามลุคที่ต้องการ สำหรับภาพรวมการทำอย่างความเจ็บ·การฟื้นตัว·การคงอยู่ อ่านเพิ่มได้ที่คู่มือสักปากฉบับสมบูรณ์
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังลังเลเรื่องสีและดีไซน์ของการสักปากนะคะ นี่คือ CYAN (HSIN SIAN) ผู้อำนวยการ CYAN PMU ย่านฮงแด กรุงโซลค่ะ
CYAN เป็นสตูดิโอเฉพาะทางด้านสักกึ่งถาวร (PMU) ไม่ใช่สถานพยาบาล ผลลัพธ์ การติดสี และระยะเวลาการคงอยู่แตกต่างกันไปตามสภาพผิว·ริมฝีปาก·การดูแลของแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาการแพ้สีสัก·การติดเชื้อ·อาการบวมหรือแดงชั่วคราว หรือการกลับมาเป็นตุ่มน้ำที่ริมฝีปาก (เริม) หากคุณมีความกังวลเรื่องสุขภาพ เราแนะนำให้ปรึกษาสถานพยาบาลก่อนทำ ส่วนสี·ดีไซน์ที่เหมาะกับคุณและจำนวนเซสชัน เราจะแจ้งให้ทราบในการปรึกษาก่อนทำค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
เห็นแนะนำ MLBB เป็นสีสำหรับสักปากชมพู (Lip Blush) บ่อย ๆ มันหมายความว่าอะไรคะ?
MLBB ย่อมาจาก My Lips But Better แปลว่า 'ริมฝีปากของฉันแต่ดีขึ้น' ไม่ใช่การเปลี่ยนสีปากเป็นสีอื่นไปเลย แต่คือการดึงโทนตอนที่ปากแข็งแรงและมีเลือดฝาดที่สุดกลับมาให้ชัดขึ้นอีกขั้น จึงไม่ขัดตาแม้หน้าสด และได้เลือดฝาดธรรมชาติเหมือนแตะทินต์บางๆ ทิศทางสีที่คนเลือกมากที่สุดในงานสักปากก็คือกลุ่ม MLBB นี้ ส่วนโทนเจาะจงอย่างคอรัล·ชมพู·โรส ค่อยเลือกภายในกรอบนั้นตามสีผิวและสีพื้นของริมฝีปาก เหมาะกับคนที่อยากได้เลือดฝาดแบบใช้ได้ทุกวันมากกว่าสีจัด
เราเป็นโทนอุ่น ต้องเป็นปากโครัลเท่านั้นเลยไหมคะ? ชมพูจะไม่เข้าเหรอ?
พาเลตต์ส่วนบุคคลเป็นจุดตั้งต้นที่ดี แต่ไม่ใช่สูตรตายตัว โทนอุ่นมักเข้ากับคอรัล·พีช โทนเย็นมักเข้ากับชมพู·โรส แต่ถ้าสีพื้นของริมฝีปากคล้ำหรือมีการสะสมของเม็ดสี คอรัลอาจออกมาขุ่นได้ เราจึงไม่ฟันธงจากสีผิวอย่างเดียว แต่ดูสีพื้นของริมฝีปากไปพร้อมกัน แล้วปรับโทนทีละนิด
ริมฝีปากซีดและไม่มีสีเลือด สักปากชมพู (Lip Blush) จะช่วยให้มีเลือดฝาดขึ้นมาไหมคะ?
ใช่ค่ะ การเพิ่มเลือดฝาดให้ริมฝีปากซีดคือหนึ่งในสิ่งที่สักปากชมพู (Lip Blush) ทำได้ดีที่สุด เมื่อสีปากอ่อน ใบหน้าทั้งหน้ามักดูเหนื่อยและไม่สบาย แต่ถ้าค่อย ๆ แต่งแต้มเลือดฝาดบาง ๆ ด้วยกลุ่มโครัลหรือโรส แม้หน้าที่ไม่แต่งก็จะดูสุขภาพดีและมีชีวิตชีวาขึ้นมาก หัวใจสำคัญคือการไม่ลงสีให้เข้มในครั้งเดียว ต้องซ้อนสีอ่อนทีละบาง ๆ หลายครั้งจึงจะดูเป็นธรรมชาติ เพราะสีเข้มทันทีหลังทำจะค่อย ๆ จางลงตามเวลาจนลงตัวเป็นสีเลือดฝาดของหน้าสด แทนที่จะต้องการสีที่ชัดจัดตั้งแต่แรก เราแนะนำให้เริ่มจากสีเลือดฝาดที่เป็นธรรมชาติก่อน แล้วค่อยเพิ่มในเซสชันถัดไปหากต้องการค่ะ
ริมฝีปากคล้ำจากเม็ดสี จะได้โครัล·ชมพูอย่างที่อยากได้ไหมคะ?
มีวิธีที่คุณกะระดับของสีพื้นเองได้ ถ่ายรูปริมฝีปากในแสงธรรมชาติ แล้วลองเปลี่ยนรูปนั้นเป็นขาวดำ ถ้าออกมาเข้มกว่าผิวรอบข้างอย่างชัดเจน แสดงว่าเป็นฝั่งที่ต้องใช้ขั้นตอนเพิ่ม ถ้าส่งรูปนี้มาก่อนการปรึกษา การประเมินจำนวนครั้งจะแม่นขึ้นมาก และเราจะบอกได้ด้วยว่าสีที่คุณต้องการจะออกมาในขั้นที่เท่าไร
ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล อาจเกิดอาการแพ้เม็ดสี การติดเชื้อ หรือรอยบวมแดงชั่วคราวได้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบในการปรึกษาก่อนเข้ารับบริการ