สักปากที่โซล สีจะอยู่คงเดิมไปตลอดชีวิตจริงไหม? — ความจริงกับความเข้าใจผิด
"อยากสักปากอยู่นะ แต่พอเห็นรีวิวที่สีขึ้นแดงจัดแล้วกลัวจนไม่กล้าทำเลยค่ะ…"
"เริ่มตั้งแต่ยังงงเลยว่าสักปากกับ Lip Blush เป็นอย่างเดียวกันหรือคนละอย่างกันแน่..."
มีคนจำนวนมากเลยค่ะที่กำลังหาข้อมูลเรื่องสักปากในโซล·ฮงแด ด้วยความกังวลแบบนี้
สวัสดีค่ะ CYAN (HSIN SIAN) ผู้ก่อตั้ง CYAN PMU เองค่ะ ^^
ตัวเราเป็นอาร์ทิสต์ PMU ที่มาจากสายนักจิตวิทยาคลินิกคุณวุฒิวิชาชีพแห่งชาติ เปิดสตูดิโออยู่ที่ฮงแด กรุงโซล (เขตมาโพ) และทำงานสักมาแล้วกว่า 30,000 เคส นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการตัดสินการประกวดสักกึ่งถาวร และเป็นอาจารย์ชาวเกาหลีที่ไปสอนเทคนิคคิ้วฝุ่น (Powder Brows) ให้คลินิกในญี่ปุ่นด้วยค่ะ วันนี้ไม่ใช่โฆษณานะคะ แต่เป็นบทความให้ข้อมูล ที่อยากช่วยให้คุณเสียใจน้อยลงก่อนตัดสินใจสักปากค่ะ ^^
สักปากคืออะไรกันแน่?
สักปากก็คือ การสักกึ่งถาวร (PMU) ที่ริมฝีปาก เพื่อปรับสีริมฝีปากตามธรรมชาติให้ดูมีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ ค่ะ
บรรดาชื่อที่เรามักเรียกกันว่าสักปาก·สักริมฝีปากกึ่งถาวรนั้น คำที่ได้รับความนิยมที่สุดในตอนนี้คือ Lip Blush ค่ะ เพราะมันไม่ใช่การลงสีเต็มปากแน่น ๆ เหมือนทาลิปสติก แต่เป็นเทคนิคที่ค่อย ๆ ลงสีบาง ๆ แบบ "ย้อมให้ติด" เข้มด้านในและจางลงด้านนอก จนได้ริมฝีปากที่ดูมีเลือดฝาดเหมือนทาทินท์ ส่วนการลงสีเต็มปากให้ชัดเจนทั้งริมฝีปากนั้นเรียกว่า ฟูลลิป ค่ะ ที่เมื่อก่อนสักปากมักจะ "ขึ้นแดงจัด" ก็เพราะวิธีลงสีเข้มรวดเดียว แต่สมัยนี้เราลงสีอ่อน ๆ ซ้อนกันบาง ๆ จนได้เลือดฝาดที่ สดใสแม้ไม่แต่งหน้า ค่ะ
✔ Lip Blush: ไล่เฉดจากในออกนอกอย่างเป็นธรรมชาติ ให้เลือดฝาดนุ่ม ๆ เหมือนทินท์
✔ ฟูลลิป: ลงสีเต็มทั้งริมฝีปากให้ชัดเจน ให้ความรู้สึกเหมือนทาลิปสติก
หัวใจของสักปากไม่ได้อยู่ที่การ 'ทาสี' แต่อยู่ที่การทำให้ริมฝีปาก 'ดูโปร่งใส' เหมือนสุขภาพดีมาตั้งแต่แรกค่ะ
สิ่งที่ชี้ขาดไม่ใช่ชื่อเทคนิค แต่คือการซ้อนบางแค่ไหน
ความแตกต่างของแต่ละบริการ ดูได้ที่ รายละเอียดบริการ ค่ะ

สักปากเจ็บไหม? แล้วฟื้นตัวยังไง?
สักปากเป็นการลงสีซ้อนกันแบบตื้น ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จึงบอกว่า "พอทนไหว" ค่ะ
ริมฝีปากเป็นจุดที่รับความรู้สึกไว เราเลยไม่กล้าบอกว่า "ไม่เจ็บเลย" ค่ะ แต่เพราะเป็นวิธีที่ไม่ได้เจาะลึก แค่ลงสีตื้น ๆ ซ้อนกัน จึงควบคุมความเจ็บได้ และถ้าคุณคาดหวังว่าจะได้ "สีสวยทันทีหลังทำ" อาจจะตกใจได้นะคะ เพราะช่วงหลังทำใหม่ ๆ สีจะเข้มที่สุด แล้วค่อย ๆ จางลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
- ทันทีถึง 3 วันแรก: ช่วงที่สีเข้มที่สุด (บวมและมีเม็ดสีบนผิว)
- วันที่ 4~7: จะเริ่มมีสะเก็ดบาง ๆ และอาจดูเข้มขึ้นชั่วคราวได้ (เป็นเรื่องปกติ)
- 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน: สะเก็ดจะหลุด สีจะจางลงอีกขั้น และลงตัวเป็นเลือดฝาดที่เป็นธรรมชาติ
ถ้าไปแกะสะเก็ดออกเอง เฉพาะจุดนั้นสีอาจหลุดหายได้ จึงต้องทาบำรุงให้ชุ่มชื้นแล้วปล่อยไว้จนกว่ามันจะหลุดเองค่ะ
✔ สีเข้มช่วงหลังทำใหม่ ๆ จะจางลงเป็นเรื่องปกติ — อย่าเพิ่งตกใจกับสีแรกนะคะ
✔ อย่าแกะสะเก็ด ให้ทาบำรุงแล้วรอค่ะ
เพราะแบบนี้ ครั้งแรกเราจึงตั้งใจเริ่มจากสีอ่อน ๆ ก่อน เพราะการเติมเพิ่มนั้นง่ายกว่าการลบออกค่ะ

การฟื้นตัวแต่ละวันเป็นยังไงบ้าง?
เพราะเป็นช่วงที่หลายคนกังวลมากที่สุด เราเลยจะเรียบเรียงให้ตามลำดับเลยค่ะ แต่ละคนอาจต่างกันบ้าง แต่ภาพรวมจะคล้าย ๆ กันค่ะ
- ทันทีถึง 3 วันแรก — สีจะเข้มที่สุดและอาจมีอาการบวม รู้สึกว่า "เข้มไปหรือเปล่า?" เป็นเรื่องปกติค่ะ เลี่ยงน้ำและสิ่งกระตุ้น ทาบำรุงบาง ๆ
- วันที่ 4~7 — จะเริ่มมีขุยและสะเก็ดลอกหลุด ห้ามแกะเด็ดขาดนะคะ — เพราะสีอาจหลุดตามไปจนเป็นด่างได้
- สัปดาห์ที่ 2 — ทันทีที่สะเก็ดหลุดหมด สีอาจดูเหมือนแทบไม่เหลือเลย นั่นไม่ใช่ความล้มเหลวนะคะ แต่สีกำลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาจากด้านใน ถ้าส่งรูปช่วงนี้มาให้ เราจะช่วยดูให้ว่าเป็นกระบวนการปกติไหมค่ะ
- สัปดาห์ที่ 4~6 — สีจะลงตัวในสภาพที่จางลงจากสีแรกราว 30~40% นี่คือสีมาตรฐานก่อนการเติมสีค่ะ
- สัปดาห์ที่ 6~8 — เก็บสีและรูปทรงให้สมบูรณ์ด้วยการเติมสี
ช่วงสัปดาห์ที่สองที่ดูเหมือนสีหายไป ก็ยังเป็นการฟื้นตัว อย่าตัดสินตรงนั้น

สักปากอยู่ได้นานแค่ไหน? จบในครั้งเดียวไหม?
โดยทั่วไปสักปากจะเสร็จสมบูรณ์ใน 2 ครั้ง คือครั้งแรกรวมกับการเติมสี และการเติมสีควรทำในช่วงสัปดาห์ที่ 6~8 ตอนที่ผิวสมานตัวดีแล้วจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีน้ำลาย อาหาร และการผลัดเซลล์ผิวที่ค่อนข้างมาก สีจึงจางเร็วกว่าจุดอื่น ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะจบแค่ครั้งแรกครั้งเดียว การเก็บสีให้สมบูรณ์ด้วยการเติมสีหลังผิวสมานตัวแล้ว (โดยทั่วไปสัปดาห์ที่ 6~8) จะมั่นคงกว่า การที่สีดูจางลงราว 30~40% ภายในเดือนแรกหลังทำเป็นกระบวนการปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าต้องรีบเติมสีนะคะ ระยะเวลาคงอยู่นั้นแตกต่างกันมากตามสภาพผิวและการดูแล จึงไม่ควรฟันธงเป็นจำนวนปีตายตัว แต่ควรเข้าใจว่ามันเป็นบริเวณที่เมื่อสีจางลงก็เติมสีเสริมได้ จะแม่นยำกว่าค่ะ
✔ ทำครั้งแรก + เติมสี (สัปดาห์ที่ 6~8) จบใน 2 ครั้งเป็นเรื่องทั่วไป
✔ การจางลงในเดือนแรกหลังทำเป็นเรื่องปกติ — ไม่ใช่สัญญาณของการเติมสี
ริมฝีปากไม่ใช่จุดที่จบในครั้งเดียว แต่เป็นจุดที่จางแล้วเติม
ราคาของแต่ละบริการจะต่างกันตามสภาพริมฝีปากและจำนวนครั้ง จึงแนะนำให้ตรวจสอบที่ ข้อมูลราคา และในการปรึกษา มากกว่าจะฟันธงล่วงหน้าค่ะ

จะเลือกสีที่เข้ากับสีปากของเรายังไงดี?
สีที่ดีไม่ใช่ "สีสวย" แต่คือ สีที่เข้ากับโทนผิวและสีริมฝีปากตามธรรมชาติของเรา ค่ะ
เกณฑ์พื้นฐานคือ Personal Color ค่ะ โทนอุ่น (Yellow Base) จะเข้ากับกลุ่มสีโครัล·พีช ส่วนโทนเย็น (Blue Base) จะรับกับกลุ่มสีโรส·โมฟได้ดี แต่เราไม่แนะนำให้ลงสีลิปโทนน้ำตาลเข้มที่ชอบใช้ประจำลงไปตรง ๆ นะคะ เพราะเม็ดสีเข้มมีความเสี่ยงที่ริมฝีปากจะคล้ำลงเมื่อเวลาผ่านไป สำหรับ เกณฑ์การเลือกสีแบบละเอียด เช่น เรื่องสี Personal Color และการปรับสีริมฝีปากที่คล้ำ เราแยกไปเจาะลึกไว้ต่างหากใน คู่มือสีสักปาก·Personal Color แล้ว ถ้าเรื่องสีคือสิ่งที่คุณกังวลที่สุด ลองอ่านบทความนั้นควบคู่ไปด้วยนะคะ
✔ ใช้ Personal Color (โทนอุ่น/โทนเย็น) กำหนดทิศทางที่เข้ากับคุณ
✔ เกณฑ์การเลือกสีแบบละเอียด อ่านได้ในคู่มือเฉพาะเรื่องสี
ถ้ายกสีลิปเข้มมาทั้งดุ้น อีกไม่กี่ปีจะคล้ำ เลือกสีต้องมองไปถึงอนาคต
ก่อนทำ CYAN จะมีการปรึกษาแบบ วิเคราะห์ใบหน้า ที่ดูทั้งอิมเมจของใบหน้าและสภาพผิว·ริมฝีปากไปพร้อมกันค่ะ
ก่อนสักปาก มีข้อห้ามที่ต้องเช็กไหม?
มีค่ะ โดยเฉพาะริมฝีปากต้องเช็ก ประวัติเริมที่ปาก (ตุ่มน้ำที่ริมฝีปาก) ให้แน่ใจ
สักปากเป็นงานที่กระตุ้นริมฝีปากเล็กน้อย คนที่มีเชื้อไวรัสตุ่มน้ำ (Herpes) แฝงอยู่ จึงอาจมีตุ่มน้ำขึ้นได้จากการทำ นี่เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในงาน PMU ริมฝีปากค่ะ ดังนั้นคนที่เป็นตุ่มน้ำบ่อย ๆ เราแนะนำให้ปรึกษาสถานพยาบาล เช่น คลินิกผิวหนัง ก่อนทำ เพื่อดูว่าจำเป็นต้องได้รับยาป้องกันไว้ก่อนหรือไม่ และถ้าในวันนัดมีตุ่มน้ำหรืออาการจี๊ด ๆ ที่ริมฝีปากหรือรอบปาก การเลื่อนไปทำหลังอาการสงบแล้วจะปลอดภัยกว่าค่ะ
CYAN เป็นสตูดิโอ PMU ไม่ใช่สถานพยาบาล เราจึงไม่แนะนำหรือจ่ายยาให้นะคะ เราจะสอบถามประวัติในการปรึกษา แนะนำให้ไปปรึกษาสถานพยาบาลหากจำเป็น และเลื่อนการทำออกไปเมื่อสภาพร่างกายไม่พร้อม นอกจากนี้ยังเช็กเรื่องการตั้งครรภ์·ให้นมบุตร ผิวที่เป็นคีลอยด์ และการใช้ยาที่ทำให้เลือดเจือจางไปพร้อมกันด้วยค่ะ
✔ ประวัติตุ่มน้ำที่ริมฝีปาก (เริมที่ปาก) กรุณาแจ้งล่วงหน้าเสมอนะคะ
✔ เราจะซักประวัติสุขภาพร่วมด้วย เช่น การตั้งครรภ์·ให้นมบุตร·ยาที่ใช้·โรคผิวหนัง
อนึ่ง เพราะ CYAN มาจากสายนักจิตวิทยาคลินิก ในการปรึกษาก่อนทำเราจึงมักช่วยคลี่คลายความตึงเครียดและความกังวลไปด้วยกัน และสำหรับบริเวณที่บอบบางอย่างริมฝีปาก เราจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปยิ่งขึ้นค่ะ การปรึกษาที่ถามถึงความปลอดภัยก่อนรูปทรง สุดท้ายแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าค่ะ ปรึกษาและจองคิวได้ที่ ปรึกษา·จองคิว ส่วนถ้าวางแผนจะมาทำที่ฮงแด ดูข้อมูลได้ที่ สักปากย่านฮงแด ค่ะ
แค่บอกล่วงหน้าว่าเคยเป็นแผลพุพอง วิธีดำเนินการก็เปลี่ยนแล้ว
ก่อนสักปากควรเตรียมอะไร?
แค่ดูแลสองอย่าง คือสภาพร่างกายกับขุยที่ปาก วันนั้นก็ราบรื่นขึ้นมาก
การจัดขุยคือการค่อยๆ เอาผิวแห้งบนผิวริมฝีปากออกไว้ล่วงหน้า ทำแบบนี้แล้วสีจะลงเรียบเสมอกัน และการดื่มคืนก่อนกับคาเฟอีนในวันนั้นมีผลต่ออาการบวมและการห้ามเลือด งานเดียวกันก็ใช้เวลานานขึ้น
✔ บำรุงความชุ่มชื้นของปากล่วงหน้าสองสามวัน และจัดขุยในคืนก่อน
✔ งดดื่มคืนก่อน และข้ามกาแฟแก้วเช้าของวันนั้น
✔ ถ้ามีประวัติแผลพุพองที่ปาก ให้แจ้งตั้งแต่ขั้นตอนจอง
การเติมสีคือขั้นที่เก็บส่วนที่ครั้งแรกยังไม่ติดครบเพื่อดันความสมบูรณ์ขึ้น และมักอยู่ที่ 6~8 สัปดาห์ถัดมา จองตารางนั้นไว้พร้อมกันเลยจะดี
การเตรียมตัวปรากฏที่เวลาที่ใช้ในวันนั้นก่อน แล้วจึงถึงผลลัพธ์
ก่อนจะจากกัน
✔ Lip Blush คือเลือดฝาดธรรมชาติที่ค่อย ๆ ย้อมติดบาง ๆ — สีเข้มช่วงหลังทำใหม่ ๆ จะจางลงเป็นเรื่องปกติ เราจึงเริ่มจากสีอ่อน ๆ ก่อน
✔ เติมสีในสัปดาห์ที่ 6~8 และอย่าลืมเช็กประวัติเริมที่ปากล่วงหน้าเสมอนะคะ ถ้ากังวลเรื่องการเลือกสี ลองอ่านคู่มือเฉพาะเรื่องสีควบคู่ไปด้วยค่ะ
หวังว่าเนื้อหาวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังลังเลเรื่องสักปาก·Lip Blush ในโซล·ฮงแด นะคะ ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ นี่คือ CYAN (HSIN SIAN) ผู้ก่อตั้ง CYAN PMU ฮงแด กรุงโซล ค่ะ
CYAN เป็นสตูดิโอเฉพาะทางด้านการสักกึ่งถาวร (PMU) ไม่ใช่สถานพยาบาล ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น การแพ้เม็ดสี·การติดเชื้อ·อาการบวมหรือผื่นแดงชั่วคราว·การกลับมาเป็นตุ่มน้ำที่ริมฝีปาก (เริมที่ปาก) ซ้ำ หากคุณมีประวัติเริมที่ปากหรือมีข้อกังวลด้านสุขภาพ เราแนะนำให้ปรึกษาสถานพยาบาลก่อนทำ และจะให้ข้อมูลรายละเอียดในการปรึกษาก่อนทำค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
สักปากกับ Lip Blush เป็นบริการคนละอย่างกันไหม?
เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินคือ คุณอยู่กับหน้าสดบ่อยแค่ไหน ถ้าปกติแทบไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ทาปาก แบบที่ย้อมสีบางๆ จะเข้ากับคุณ แต่ถ้าทาลิปสติกทุกวันและอยากลดเวลาตรงนั้น แบบที่เติมสีให้ชัดจะตรงกว่า อย่าเพิ่งเลือกจากชื่อเทคนิค บอกสภาพที่คุณอยากได้มา แล้วเราจะเลือกวิธีที่ตรงกับสภาพนั้นให้ในการปรึกษา
สักปากแล้วได้สีนั้นเลยทันทีไหม? หลังทำเสร็จสีเข้มมากจนตกใจเลยค่ะ
สีที่เข้มทันทีหลังทำเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวลมาก ริมฝีปากจะเข้มที่สุดตั้งแต่วันแรกถึงวันที่ 3 วันที่ 4~7 จะมีสะเก็ดบางๆ และราวสัปดาห์ที่ 2 สะเก็ดหลุดแล้วสีจะจางลงอีกขั้น การที่ช่วง 1~2 สัปดาห์แรกดูจางกว่าตอนแรกมาก เป็นกระบวนการตามธรรมชาติ ถ้าฝืนแกะสะเก็ดตอนนี้ ตรงนั้นจะเสียสีไป จึงควรบำรุงความชุ่มชื้นแล้วปล่อยให้หลุดเอง สีจริงจะปรากฏหลังผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนเมื่อเข้าที่ในผิวแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงตั้งใจทำครั้งแรกให้อ่อนไว้ แล้วเก็บสีให้สมบูรณ์ด้วยการเติมสีตอน 6~8 สัปดาห์ที่ผิวหายดีจะปลอดภัยกว่า
สักปากจบในครั้งเดียวไหม? แล้วเติมสีตอนไหน?
ก่อนจองให้จัดสองเรื่องนี้ไว้ก็พอ อีก 6~8 สัปดาห์ตารางของคุณมาได้อีกครั้งไหม และระหว่างนั้นมีงานแต่งหรืองานถ่ายไหม ถ้ามีวันสำคัญ ต้องนับย้อนจากวันนั้น เพื่อไม่ให้ช่วงที่สีดูแปลกที่สุดไปทับกับวันนั้นพอดี บอกวันมาก่อน แล้วเราจะจัดตามนั้นให้
เป็นตุ่มน้ำที่ปาก (Herpes) บ่อย จะสักปากได้ไหม?
มีคนที่ทำเยอะ และแค่ทำตามลำดับการเตรียมก็พอ ก่อนอื่นให้ตรวจกับสถานพยาบาลก่อนทำว่าจำเป็นต้องมียาป้องกันไหม แล้วจองในช่วงที่ร่างกายอยู่ตัว ช่วงที่สะสมความเหนื่อยหรือมีอาการหวัดคือช่วงที่แผลพุพองขึ้นง่าย จึงควรเลี่ยงสัปดาห์นั้น เราไม่จ่ายยา แต่จะสอบถามประวัติตอนปรึกษา และถ้าจำเป็นก็จะจัดวันใหม่ให้
ผลลัพธ์และระยะเวลาคงอยู่แตกต่างกันไปตามสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล อาจเกิดอาการแพ้เม็ดสี การติดเชื้อ หรือรอยบวมแดงชั่วคราวได้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบในการปรึกษาก่อนเข้ารับบริการ